กูรูเอไอ ชี้ ระบบการศึกษา ต้องสร้าง “ความพร้อมในการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

ท่ามกลางการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในปัจจุบัน ทำให้เราได้เห็นข้อความในสังคมออนไลน์ว่า “Children are studying for jobs that won’t exist by 2030” “เด็กกำลังเรียนเพื่ออาชีพที่อาจไม่มีอยู่ในปี 2030”

ข้อความลักษณะนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะสะท้อนความกังวลของผู้ปกครอง ครู นักการศึกษา และสังคมโดยรวมต่อการมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่เด็กกำลังเรียนอยู่ในวันนี้จะยังมีคุณค่าในอนาคตหรือไม่ และ AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในวงกว้างจริงหรือไม่

ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI Transformation & Solution และ AI-Data Driven Technology  ให้ความเห็น ในฐานะคนที่ทำงานด้าน AI ว่า ข้อความดังกล่าวมีส่วนที่เป็นความจริงอยู่ไม่น้อย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการนำเสนอที่ค่อนข้างสุดโต่งเกินไป เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือ เราควรมองประเด็นนี้อย่างสมดุล และ เข้าใจธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรอบด้าน

AI จะเปลี่ยนโลกการทำงานจริง แต่ไม่ได้หมายความว่างานทั้งหมดจะหายไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในหลายอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน การแพทย์ การศึกษา การผลิต การบริการ หรือแม้แต่ภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การที่ AI เข้ามาแทนที่อาชีพทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานภายในอาชีพเหล่านั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน ได้แก่

  • พนักงานบริการลูกค้า (Customer Service) ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ตอบคำถาม มาเป็นผู้ควบคุมและบริหาร AI Agent
  • โปรแกรมเมอร์ที่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ทดสอบระบบ และตรวจสอบข้อผิดพลาด
  • นักบัญชีที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและจัดทำรายงาน
  • นักการตลาดที่ใช้ AI สร้างเนื้อหา วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และออกแบบแคมเปญการตลาด

งานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดจึงไม่ใช่งานที่ใช้ความรู้สูงหรือต่ำ แต่คือ “งานที่ทำซ้ำตามขั้นตอนเดิม” และสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้อย่างชัดเจน

ในทางกลับกัน งานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การสื่อสารระหว่างมนุษย์ การสร้างความไว้วางใจ และการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ยังคงต้องอาศัยมนุษย์เป็นสำคัญ

ดังนั้น คำถามที่ถูกต้องอาจไม่ใช่ “AI จะมาแย่งงานหรือไม่”

แต่ควรเป็น “มนุษย์จะทำงานร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

เพราะในอนาคต คนที่ทำงานได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่คนที่แข่งกับ AI แต่เป็นคนที่รู้จักใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพของตนเอง

“คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์” ทักษะสำคัญในยุค AI

หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ ระบุว่า ระบบการศึกษาของโลกส่วนใหญ่ รวมถึงประเทศไทย ถูกออกแบบขึ้นในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญในเวลานั้นคือการผลิตแรงงานจำนวนมากเข้าสู่โรงงานและระบบราชการ จึงเน้นการเรียนรู้แบบมาตรฐานเดียวกัน การท่องจำ การสอบวัดผล และการปฏิบัติตามขั้นตอน

รูปแบบดังกล่าวอาจเหมาะสมกับโลกในอดีต แต่กำลังเผชิญความท้าทายอย่างมากในยุค AI

ปัจจุบัน AI สามารถจดจำข้อมูลได้มากกว่ามนุษย์หลายล้านเท่า สามารถค้นหาคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที และสามารถสรุปเนื้อหาจากเอกสารจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว หากการศึกษายังคงวัดความสามารถของเด็กจากการจดจำข้อมูลเพียงอย่างเดียว มนุษย์ย่อมเสียเปรียบ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทักษะที่มีคุณค่ามากขึ้นในโลกยุคใหม่จึงประกอบด้วย

  • การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)
  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
  • การแก้ปัญหา (Problem Solving)
  • การสื่อสาร (Communication)
  • ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)
  • ความรู้ความเข้าใจด้าน AI (AI Literacy)

ทักษะเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ แทนที่จะถูกแทนที่โดย AI

AI อาจเก่งกว่ามนุษย์ในการค้นหาคำตอบ แต่ยังไม่เก่งกว่ามนุษย์ในการตั้งคำถามที่ถูกต้อง และในหลายกรณี “คำถามที่ดี” มีคุณค่ามากกว่า “คำตอบที่รวดเร็ว”

ประวัติศาสตร์สอนเราว่า เทคโนโลยีไม่ได้ทำลายงานเพียงอย่างเดียว แต่สร้างงานใหม่ด้วย ทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น มักตามมาด้วยความกังวลว่ามนุษย์จะถูกแทนที่ในอดีต ผู้คนเคยเชื่อว่า

  • เครื่อง ATM จะทำให้พนักงานธนาคารหมดความจำเป็น
  • อินเทอร์เน็ตจะทำให้ร้านค้าปลีกล้มละลายทั้งหมด
  • คอมพิวเตอร์จะทำให้แรงงานจำนวนมากตกงาน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ งานบางประเภทลดลง ขณะที่งานรูปแบบใหม่กลับเกิดขึ้นจำนวนมหาศาล

ในยุค AI ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันเราเริ่มเห็นอาชีพใหม่ที่แทบไม่มีใครรู้จักเมื่อ 5-10 ปีก่อน เช่น

  • AI Engineer
  • AI Product Manager
  • AI Auditor
  • AI Governance Specialist
  • AI Trainer
  • Human-AI Workflow Designer

และมีความเป็นไปได้สูงว่า อาชีพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในอีก 10-20 ปีข้างหน้า บางส่วนอาจยังไม่ถูกสร้างขึ้นในวันนี้

นี่คือเหตุผลสำคัญที่การเตรียมเด็กให้พร้อมสำหรับอนาคต ไม่ควรยึดติดกับการเลือกอาชีพใดอาชีพหนึ่งมากเกินไป แต่ควรเน้นการสร้างศักยภาพในการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายที่แท้จริงคือ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”

ในอดีต หลายคนเชื่อว่า “เรียนให้จบ แล้วจึงเข้าสู่โลกการทำงาน” แต่ในยุค AI แนวคิดดังกล่าวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยวันนี้ อาจล้าสมัยภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี คนทำงานในอนาคตจึงต้องพัฒนาทักษะใหม่อยู่เสมอ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

องค์กรชั้นนำทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ “ศักยภาพในการเรียนรู้” มากกว่าความรู้เฉพาะทางเพียงอย่างเดียว เพราะความรู้สามารถเรียนเพิ่มเติมได้ แต่ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นทักษะที่พัฒนาได้ยากกว่า

คำถามสำคัญไม่ใช่ AI จะมาแทนคน แต่คำถามสำคัญคือ เรากำลังเตรียมคนอย่างไรสำหรับโลกอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โลกในอีก 10-20 ปีข้างหน้าอาจแตกต่างจากโลกในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง หลายอาชีพอาจเปลี่ยนรูปแบบ หลายอุตสาหกรรมอาจถูกพลิกโฉม และเทคโนโลยีใหม่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดคิด หากผมมีลูกในวันนี้ ผมอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำถามว่า

“ลูกควรเรียนอะไร”

มากเท่ากับคำถามว่า

“ลูกสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วแค่ไหน”

“ลูกกล้าตั้งคำถามหรือไม่”

“ลูกสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างคุณค่าใหม่ได้หรือไม่”

เพราะในโลกที่ความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องปกติ ความสามารถที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ความรู้ที่เรามีอยู่ในวันนี้ แต่คือความสามารถในการเรียนรู้สิ่งที่ยังไม่เคยมีใครสอน

และนั่นอาจเป็นทักษะที่มีค่ามากกว่าอาชีพใดอาชีพหนึ่งในยุค AI เสียอีก

“ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่ AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่คือ ระบบการศึกษาที่ปรับตัวช้ากว่าความเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะอนาคตจะไม่ได้เป็นของคนที่รู้มากที่สุด หากแต่เป็นของคนที่เรียนรู้ได้เร็วที่สุด ปรับตัวได้ดีที่สุด และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคมได้อย่างต่อเนื่อง” ผศ.ดร. รุ่งโรจน์​ กล่าว

Loading

Related Posts