จะอยู่หรือรื้อถอนดี!ศาลฯสั่ง “เสี่ยตัน-ภรรยา” รื้อคฤหาสน์หรูริมทะลสาบ พร้อมคืน 100 ไร่ แก่นิติบุคคลฯ ที่ของส่วนกลาง

ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนสั่งรื้อถอนคฤหาสน์หรูริมทะเลสาบของ “เสี่ยตัน ภาสกรนที” และนางอิง ภาสกรนที ภรรยา พร้อมสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินรวมกว่า 100 ไร่ คืนให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการหมู่บ้านจัดสรรมาตั้งแต่ต้น

สำหรับสาระสำคัญของคดีมหากาพย์

  • จุดเริ่มต้นคดี: นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า (ตั้งอยู่ที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (ผู้พัฒนาโครงการ) และพวก รวมถึงนางอิง ภาสกรนที [1]
  • ปัญหาที่เกิดขึ้น: บริษัทผู้จัดสรรที่ดินได้แอบแบ่งแยกที่ดินส่วนกลาง ได้แก่ พื้นที่ทะเลสาบใจกลางโครงการ คลับเฮ้าส์ และสวนหย่อม นำไปจดทะเบียนขายฝากและโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ฝั่งของเสี่ยตันและภรรยา เพื่อก่อสร้างเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวริมทะเลสาบ [12]
  • คำวินิจฉัยของศาลฎีกา:
    • ศาลเห็นว่าที่ดินโฉนดเจ้าปัญหานั้น เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่โครงการเคยโฆษณาขายแก่ประชาชนทั่วไป ว่าเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะร่วมกัน
    • โดยผลของกฎหมายจัดสรรที่ดิน พื้นที่เหล่านี้จึงตกเป็นภาระผูกพันส่วนกลางทันที ไม่สามารถนำไปแบ่งแยก ข้อมูล หรือโอนกรรมสิทธิ์ขายให้เป็นของส่วนตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้
    • การที่เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนสิทธิ์ให้ในอดีต เกิดจากการที่จำเลยไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงว่าแยกมาจากที่ดินส่วนกลาง จึงถือเป็นการสำคัญผิด 
  • ผลของคำพิพากษาถึงที่สุด สั่ง เพิกถอนนิติกรรมการโอนโฉนดที่ดิน ทั้งหมด สั่ง โอนที่ดินส่วนกลางพื้นที่รวมกว่า 100 ไร่ (ประกอบด้วยทะเลสาบเนื้อที่ราว 94 ไร่ คลับเฮ้าส์ และสวนหย่อม) คืนแก่นิติบุคคลหมู่บ้านหรูและ สั่ง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคฤหาสน์หรู ของเสี่ยตันและภรรยาที่รุกล้ำพื้นที่ดังกล่าวออกไป

คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญของกฎหมายจัดสรรที่ดินในประเทศไทย ที่คุ้มครองสิทธิ์ของลูกบ้านในโครงการจัดสรร ไม่ให้ผู้ประกอบการนำพื้นที่สาธารณูปโภคส่วนกลางที่เคยใช้โฆษณาไปขายต่อให้แก่บุคคลภายนอก

Loading

Related Posts