‘อินฟินิท เรียลเอสเตท’ รุกตลาดลักชัวรี เปิดตัว “SOLAVA PATTAYA”เจาะดีมานด์ไทย-ต่างชาติ

บริษัท อินฟินิท เรียลเอสเตท จำกัด เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี เปิดตัว “SOLAVA PATTAYA” โครงการ Luxury Private Pool Villa อย่างเป็นทางการ พร้อมวางกลยุทธ์เป็น Flagship Project ในการรุกตลาดพัทยา เจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้แนวคิด Balance Living ที่มุ่งยกระดับการอยู่อาศัยผ่านการผสานความเป็นส่วนตัว คุณภาพชีวิต และพื้นที่ส่วนกลางเข้าด้วยกัน เพื่อตอบรับเทรนด์การเลือกที่อยู่อาศัยซึ่งให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์และ Wellness มากกว่าการเป็นเพียงที่พักอาศัย

นางสาวกรวิกา กอวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟินิท เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการ SOLAVA PATTAYA เกิดจากการศึกษาศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์พัทยาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของเมืองจากหลายปัจจัย ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงบทบาทของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางของผู้ซื้อบ้านหลังที่สองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงตัดสินใจนำประสบการณ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มาต่อยอดสู่ตลาดที่มีศักยภาพแห่งนี้

“อินฟินิท เรียลเอสเตท มองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว หลังจากศึกษาตลาดและลงพื้นที่สำรวจอย่างละเอียด จึงเชื่อว่าพัทยาเป็นทำเลที่เหมาะสมในการต่อยอดประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี พร้อมวาง SOLAVA PATTAYA ให้เป็น Strategic Flagship Project ในการขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อในหลายเซ็กเมนต์ชะลอตัว ส่งผลให้อินฟินิท เรียลเอสเตท ปรับกลยุทธ์จากการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วไป มุ่งสู่ตลาดลักชัวรีมากขึ้น พร้อมมองหาโอกาสจากลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพในประเทศไทย ซึ่งก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทได้ศึกษาศักยภาพของหลายทำเล รวมถึงภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ แต่ประเมินว่ามีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ขณะที่พัทยายังมี Room for Growth และมีศักยภาพในการรองรับการขยายตัวของตลาดลักชัวรีในอนาคต จึงเลือกพัทยาเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจ พร้อมกำหนดให้โครงการตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อชาวต่างชาติและผู้ซื้อชาวไทยที่มองหาบ้านพักอาศัย บ้านพักตากอากาศ หรือบ้านหลังที่สอง

สำหรับการพัฒนา SOLAVA PATTAYA บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์การอยู่อาศัยมากกว่าการพัฒนาตัวบ้านเพียงอย่างเดียว โดยนำแนวคิด Balance Living มาเป็นหัวใจของโครงการ ผ่านการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการมีสังคมคุณภาพ เพราะมองว่าการอยู่อาศัยในปัจจุบันต้องสามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ และสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว โครงการนี้จึงออกแบบให้บ้านทุกหลังเป็น Luxury Private Pool Villa เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกบ้าน

ก่อนหน้านี้เราได้ศึกษาตลาดพบว่า โครงการในพัทยาส่วนใหญ่แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ คือ โครงการขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแต่มีจำนวนยูนิตมาก และโครงการบ้านเดี่ยวหรือพูลวิลล่าที่ให้ความเป็นส่วนตัว แต่ขาดพื้นที่ส่วนกลางและกิจกรรมของชุมชน บริษัทจึงนำจุดแข็งของทั้งสองรูปแบบมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Privacy และ Community นอกจากนี้ ยังออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและสวนสีเขียวรวมกว่า 1 ไร่ ซึ่งมีขนาดมากกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด พร้อมเชื่อมโยงพื้นที่ธรรมชาติเข้ากับทุกองค์ประกอบของโครงการ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ควบคู่กับทำเลที่สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองพัทยาได้สะดวก แต่ยังคงบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการอยู่อาศัย”

SOLAVA PATTAYA เป็นโครงการลักชัวรีที่ไม่ได้แข่งขันด้วยราคา แต่แข่งขันด้วยคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ โดยทุกองค์ประกอบของโครงการตั้งแต่การออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน วัสดุ ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Value for Money เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าทุกการลงทุนได้รับความคุ้มค่าอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายตัวแทนขาย (Agent Network) ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการ เพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าในแต่ละตลาด และนำข้อมูลที่ได้รับมาปรับใช้ในการออกแบบบ้าน ทั้งด้านแปลน วัสดุ รายละเอียดงานก่อสร้าง และฟังก์ชันต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อและเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอขาย

นางสาวกรวิกา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าจะยังเผชิญความท้าทาย แต่บริษัทเชื่อว่าตลาดลักชัวรียังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาจไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มองหาที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการประสบการณ์การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้น

“วันนี้การแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้อยู่ที่การขายบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันในการส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัย ลูกค้าให้ความสำคัญกับ Lifestyle, Wellness และคุณภาพชีวิตมากขึ้น เราจึงนำแนวคิด Balance Living และ Wellness Living มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกพันธมิตร ไปจนถึงการสร้าง Community ที่มีคุณภาพ เพราะเราเชื่อว่านี่คือทิศทางของตลาดลักชัวรีในอนาคต และเป็นสิ่งที่จะทำให้ SOLAVA PATTAYA สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ โครงการ SOLAVA PATTAYA พัฒนาบนพื้นที่กว่า 8 ไร่ ประกอบด้วยลักชัวรีไพรเวตพูลวิลล่า จำนวน 29 หลัง ออกแบบภายใต้แนวคิดการใช้ชีวิตที่ผสานความเป็นส่วนตัว ธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ และสะท้อนทิศทางการพัฒนาโครงการของอินฟินิท เรียลเอสเตท ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการออกแบบประสบการณ์การอยู่อาศัย ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต

Loading

Related Posts