ไวทัลไลฟ์ เครือบำรุงราษฎร์ ผนึกพันธมิตร เปิดตัว Longevity Ecosystem สร้างระบบนิเวศแห่งการมีอายุยืนยาว

“ไวทัลไลฟ์” VitalLife Scientific Wellness Center ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ในเครือ โรงพยาบาลบำรุง​ราษฎร์​ อินเตอร์เนชั่นแนล​ ประกาศเปิดตัว Longevity Ecosystem ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์กรชั้นนำด้านการท่องเที่ยว การเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อมอบการดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อตั้งแต่โรงพยาบาลถึงชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพดี ชี้เอเชียแปซิฟิกคือโอกาสสำคัญ เพราะเป็นตลาดด้านศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก   

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Executive Advisor ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยว่า ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ประกาศเปิดตัว “ระบบนิเวศเพื่อการมีอายุยืนยาวแบบบูรณาการ (Integrated Longevity Ecosystem)” ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ที่เชื่อมโยงพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการท่องเที่ยว บริการทางการเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษา และเทคโนโลยี เพื่อขยายการดูแลด้านการมีอายุยืนสู่ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดียิ่งขึ้น   

กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยึดมั่นในพันธกิจการส่งมอบการดูแลสุขภาพระดับโลก ที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในเอเชีย โดยโรงพยาบาลฯ สร้างชื่อเสียงขึ้นมาจากการรักษาโรคและเป็นที่พึ่งในยามที่ผู้คนเจ็บป่วย แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้คนไม่ต้องการระบบสุขภาพที่รอให้ “ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา” แต่ต้องการระบบที่ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดีอยู่เสมอ นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในวิธีคิดของคนในปัจจุบันเกี่ยวกับสุขภาพ ที่สถาบันทางการแพทย์ต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ 

“เมื่อ 25 ปีที่แล้ว บำรุงราษฎร์ได้ก่อตั้งไวทัลไลฟ์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพทางการแพทย์แห่งแรกของเอเชีย เพราะเชื่อว่า ‘การป้องกัน’ ไม่ใช่แค่ ‘การรักษา’ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของวงการสุขภาพ จนทำให้วันนี้ ไวทัลไลฟ์ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืน โดยมีคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกและมาตรฐานทางคลินิกระดับโรงพยาบาล” ดร.อาทิรัตน์ กล่าว 

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Global Wellness Economy พบว่า เศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยขยายตัวมากกว่า 11% ต่อปี โดยผู้บริโภคกว่า 60% ในหลายตลาดระบุว่า การมีสุขภาพดีในวัยที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญสูงสุด 

ด้าน คุณนภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า เราได้ออกแบบระบบนิเวศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร 5 กลุ่มหลัก โดยแต่ละกลุ่มมีบทบาทที่แตกต่างกัน ดังนี้ 

ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว: ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลสุขภาพตามแผนได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเตรียมตัว ระหว่างการเดินทาง ไปจนถึงการฟื้นฟู 

ความร่วมมือด้านบริการทางการเงิน: ช่วยผสานการวางแผนสุขภาพเข้ากับการวางแผนการเงินในระยะยาว

ความร่วมมือด้านไลฟ์สไตล์: ช่วยในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ลงทุนกับความเป็นเลิศด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพ 

ความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย: ประกอบด้วยสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์การมีอายุยืน ช่วยรับประกันว่าโปรแกรมต่าง ๆ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด และพัฒนาไปพร้อมกับความก้าวหน้าขององค์ความรู้ใหม่ ๆ

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล: ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล ทำให้เกิดการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและเรียลไทม์ รวมถึงมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อ ทำให้ลูกค้าเชื่อมโยงกับเส้นทางสุขภาพของตนเองได้ทุกที่ 

“ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรเหล่านี้ จะทำให้ไวทัลไลฟ์จะสามารถเข้าถึงลูกค้าของเราในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นั่นคือการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว”

คุณนภัส กล่าวว่า โมเดลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรนี้ มีความสำคัญไม่ใช่แค่กับวงการสุขภาพ แต่กับโลกธุรกิจโดยรวม โดยข้อมูล เศรษฐกิจแห่งความร่วมมือ (Collaboration Economy) พบว่า เกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลกในปัจจุบัน มาจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศธุรกิจและพันธมิตร โดย 73% ขององค์กรชั้นนำ ได้วางกลยุทธ์ด้านพันธมิตรให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักทางธุรกิจ จากข้อมูลยังพบว่า องค์กรจำนวนมากสร้างรายได้ถึง 30-60% จากพันธมิตรและความร่วมมือ ดังนั้นโอกาสทางธุรกิจที่มาจากพันธมิตร จึงมีอัตราความสำเร็จในการปิดการขายสูงที่สุด เมื่อเทียบกับช่องทางการตลาดและการขายอื่น ๆ

คุณนภัส ยังกล่าวถึงความร่วมมือกับพันธมิตรจะทำให้เกิดพลังและสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและผู้ใช้บริการ ดังนี้

1. การขยายการเข้าถึง ความร่วมมือจะช่วยให้องค์กรขยายขีดความสามารถไปสู่ตลาดใหม่ ๆ และเข้าถึงลูกค้าในจุดที่ต่างออกไป โดยไม่ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นเอง พันธมิตรแต่ละรายนำจุดแข็งที่อีกฝ่ายไม่มีมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน

2. การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การทำงานร่วมกันขององค์กรที่ส่งเสริมกันและกัน จะสร้างประสบการณ์แบบบูรณาการที่ไม่มีใครทำได้โดยลำพัง ลูกค้าได้รับคุณค่ามากขึ้น และทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน

3. การแบ่งปันความไว้วางใจ เมื่อองค์กรที่น่าเชื่อถือร่วมมือกัน ความไว้วางใจจะถูกส่งต่อ ลูกค้าที่เชื่อมั่นในพันธมิตรรายหนึ่งอยู่แล้วจะเปิดใจให้กับอีกรายได้ง่ายขึ้น

4. การเร่งสร้างนวัตกรรม การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและเทคโนโลยีนำมาซึ่งมุมมองใหม่ ๆ งานวิจัย

Loading

Related Posts