ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20–32.80 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20–32.80 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 10–16 พฤศจิกายน 2568 เคลื่อนไหวอยู่ในระดับประมาณ 32.36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 32.20–32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ (US Government Shutdown) ยังคงยืดเยื้อ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเหตุการณ์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากความขัดแย้งด้านงบประมาณระหว่างสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้แสดงความเห็นว่านโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ “ค่อนข้างเข้มงวดและใกล้เคียงกับระดับเป็นกลาง” โดยผลกระทบจากการขึ้นภาษีศุลกากรเริ่มลดลง เนื่องจากภาคธุรกิจชะลอการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะค่อย ๆ คลี่คลายลงในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า และจะช่วยให้เงินเฟ้อปรับลดลงสู่ระดับเป้าหมายที่ 2%

นอกจากนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสารเฟนทานิลจากจีน จากเดิม 20% เหลือ 10% และขยายระยะเวลาการตรึงภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทออกไป โดยอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจะยังคงอยู่ที่ 10% ต่อไปอีกหนึ่งปี เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ได้แข็งค่าขึ้น หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงจากข้อมูลตลาดแรงงานภาคเอกชนที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดเริ่มประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้

Loading

Related Posts