BAM ปิดดีลใหญ่ 169 ยูนิต ตึก ‘State Tower’ ‘ทุนใหม่’จ่อทุ่มซื้อพื้นที่ค้าปลีกในตึกเพิ่ม

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการ ปิดดีลขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จำนวน 169 ยูนิต ภายในอาคาร “สเตท ทาวเวอร์” (State Tower)  ตึกระฟ้าแลนด์มาร์กชื่อดังบนทำเลศักยภาพสูงสุดบริเวณจุดตัดถนนสีลมและถนนเจริญกรุง (อนึ่ง ข้อมูลระบุ นางราศรี บัวเลิศ “หญิงเหล็กวงการอสังหาฯ” เคยเป็นเจ้าของโครงการมาก่อน ภายใต้การบริหารโครงการ โดย บริษัท แชลเลนจ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด) 

การปิดดีลครั้งมโหฬารนี้ อยู่ภายใต้แนวคิด “BAM Premium” ซึ่งเน้นการคัดสรรสินทรัพย์ที่มีอัตลักษณ์เด่น ชูจุดขายในเรื่อง “ทำเลศักยภาพดีเยี่ยม ราคาคุ้มค่า และการสร้างผลตอบแทน (Yield) ในระดับสูง” เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่และผู้ประกอบการที่มองหาอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแบรนด์ BAM เท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพลิกฟื้นและปลุกชีวิตสินทรัพย์ที่เคยหยุดนิ่ง (NPA) ให้กลับมาเคลื่อนไหวและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใจกลางเมืองหลวงอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการตอกย้ำภาพลักษณ์ผ่านแคมเปญ #BAM Choice และ #ทรัพย์มหาชนพลัส ที่มุ่งเน้นการส่งมอบอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ครบทุกมิติของการลงทุนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมามีนักลงทุนรายใหม่ รวมถึงทุนเดิม เข้ามาเจรจาสนใจทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของBAM

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง BAM เปิดกว้าง และยินดี หากเจ้าของโครงการเดิม (คุณราศรี บัวเลิศ) เข้ามาเจรจาซื้อทรัพย์คืน

สำหรับ ทรัพย์รอการขาย (NPA) โครงการสเตท ทาวเวอร์ ทั้งหมดนั้น ตามข้อมูลก่อนหน้านี้ มีจำนวน 479 ยูนิต มูลค่ารวม 3,495 ล้านบาท ได้มีการจำหน่าย(ขาย)ไปแล้ว 457 ยูนิต เป็นเม็ดเงิน 2,604 ล้านบาท ส่วนที่ยังคงเหลือประมาณ 22 ยูนิต อยู่ระหว่างการปรับปรุงทรัพย์ให้มีสภาพที่ดี

” ถือว่า ทรัพย์ส่วนของที่อยู่อาศัย เรา (BAM) ปิดจบอย่างงดงาม คงเหลือส่วนที่เป็นพลาซ่า (ห้าง) และคอนโดฯยูนิตขนาดใหญ่ บางส่วนที่ BAM กำลังปรับปรุง มูลค่าคงเหลือประมาณ 891 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทาง BAM วางเป้าหมายที่จะปิดดีลส่วนของห้างให้ได้ภายในสิ้นปี 2569 “

ผู้สื่อข่าว BIZChannelnews รายงานว่า ตามข้อมูล นางราศรี บัวเลิศ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท แชลเลนจ์ กรุ๊ป มีทุนจดทะเบียน 2,400 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 12,000 ล้านบาท เดิมเจ้าหนี้คือธนาคารกรุงไทย (KTB) มีมูลหนี้ประมาณ 8,300 ล้านบาท หากรวมดอกเบี้ยค้างชำระเข้าไปจะมีมูลหนี้ 9,000 กว่าล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้ ต่อมาธนาคารกรุงไทยฯจึงได้ขายหนี้ก้อนนี้ให้แก่บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) โดยให้การสนับสนุนเงินกู้คิดอัตราดอกเบี้ยฝากประจำ 1 ปี ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 8 ปี ก่อนมาควบรวมกับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ( BAM )

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นอาคารสูง 68 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 6 ชั้น มีพื้นที่รวม 3.3 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) จำนวน 1,700 ยูนิต แบ่งเป็นส่วนของศูนย์การค้า 90 ยูนิต และส่วนของคอนโดมิเนียม 650 ยูนิต รวมถึงส่วนของโรงแรม.

Loading

Related Posts