
BIZChannelNews – ซีพีแรม เดินเกมรุกตลาดอาหารพร้อมรับประทาน รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคกำลังซื้อเปราะบาง เปิดตัว “มังกรหยก” แบรนด์ติ่มซำระดับ Mass ชูจุดขายคุณภาพและความคุ้มค่าในราคาประมาณ 95 บาท หวังขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขึ้น พร้อมใช้ช่วงเทศกาลสารทจีนเป็นจังหวะเปิดตลาด ตั้งเป้ายอดขายช่วงเทศกาลเติบโต 10-20% จากปีก่อน พร้อมบริหารต้นทุน ล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า ลากยาวไปถึงเทศกาลตรุษจีนปี 70 แล้ว
น.ส.นันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตจะเริ่มชะลอลงจากปัจจัยด้านกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันตลาดมีมูลค่าราว 36,200 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยประมาณ 3-4% ต่อปี
สำหรับตลาดติ่มซำในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 7,200 ล้านบาท ขณะที่ซีพีแรมมีธุรกิจในตลาดดังกล่าวประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมองว่ายังมีโอกาสขยายตลาดได้อีก โดยเฉพาะการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มที่มองหาอาหารจีนในราคาที่จับต้องได้
แยกตลาดชัด ดัน “มังกรหยก” เจาะ Mass
ซีพีแรมวางกลยุทธ์แบ่งตำแหน่งแบรนด์อย่างชัดเจนระหว่าง “เจด ดราก้อน” และ “มังกรหยก” โดยเจด ดราก้อน ซึ่งทำตลาดมายาวนานราว 30 ปี จะมุ่งไปยังตลาด Premium มากขึ้น ด้วยราคาสินค้าเริ่มต้น 100 บาทขึ้นไป ขณะที่มังกรหยกถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเจาะตลาด Mass ด้วยราคาประมาณ 95 บาท แนวทางดังกล่าวสะท้อนการขยายฐานลูกค้าของซีพีแรมให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ได้แบ่งกลุ่มผู้บริโภคจากอายุหรือ Generation เป็นหลัก แต่พิจารณาจากพฤติกรรมการบริโภคและความคุ้นเคยกับอาหารจีนเป็นสำคัญ

“มังกรหยก” เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มจากกลุ่มสินค้าติ่มซำที่สอดรับกับเทศกาลสารทจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการอาหารจีนและอาหารสำหรับไหว้เพิ่มสูงขึ้น
รับโจทย์ค่าครองชีพ เน้นอาหารจีนที่เข้าถึงง่าย
ซีพีแรมมองว่าท่ามกลางราคาค่าอาหารที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับพื้นฐานของการรับประทานอาหาร คือ “อิ่ม อร่อย และคุ้มค่า” แม้เทรนด์สุขภาพ การบริโภคโปรตีน และกระแสสายมูจะเข้ามามีบทบาทต่อการเลือกอาหารมากขึ้นก็ตาม
เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาหารริมทางหลายประเภทมีราคาสูงขึ้น การวางราคามังกรหยกให้อยู่ในระดับไม่ถึง 100 บาท จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารจีนได้ง่ายขึ้น
เดินหน้าขยายจุดขายจาก 200 สาขา สู่ Go Fresh
ช่วงเริ่มต้นบริษัทเลือกใช้โลตัสเป็นช่องทางหลักในการจำหน่าย ปัจจุบันมังกรหยกมีวางจำหน่ายแล้วประมาณ 200 สาขา และมีแผนขยายให้ครอบคลุมสาขาโลตัสในกลุ่ม Hypermarket มากกว่า 200 แห่ง จากนั้นมีแผนต่อยอดไปยัง Lotus’s Go Fresh ซึ่งมีเครือข่ายประมาณ 2,500 สาขา เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของช่องทางจำหน่าย และทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาด พร้อมปั้นแบรนด์โตระยะยาว
สำหรับช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ซีพีแรมตั้งเป้าให้มังกรหยก สามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดเบื้องต้นประมาณ 1% จากฐานตลาดที่บริษัทมีอยู่ราว 2,500 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายในระยะยาวต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีกประมาณ 3-5%
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าการขยายส่วนแบ่งตลาดในระดับดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เวลา เนื่องจากตลาดติ่มซำมีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นจำนวนมาก เป้าหมายสำคัญของซีพีแรมคือการผลักดัน “มังกรหยก” ให้เติบโตขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ “เจด ดราก้อน” ในอนาคต พร้อมสร้างพอร์ตแบรนด์ติ่มซำให้ครอบคลุมตั้งแต่ตลาด Mass ไปจนถึง Premium และรองรับผู้บริโภคที่มีความต้องการแตกต่างกันมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในประเด็นของการรับมือความผันผวนของราคาพลังงานนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางซีพีแรม มีความพร้อมและรับมือความผันผวนของราคาพลังงาน โดยในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการเจรจาและล็อกต้นทุนวัตถุดิบกับซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่หลายราย เพื่อบริหารวัตถุดิบต่างๆให้มีราคาคงที่ เพื่อไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าที่จะผลิตออกสู่ตลาดในระยะข้าง เช่น ในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปี 2570 ทางซีพีแรม ได้มีการตกลงซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าไว้แล้ว
นอกจากนี้ ทาง ซีพีแรม ยังเร่งส่งเสริมเรื่องของความยั่งยืน โดยนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า มาใช้ขนส่งสินค้า ในเบื้องต้นจะใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นเฟสแรกที่จะดำเนินการ ส่วนที่จะขยายไปสู่พื้นที่ไกลมากขึ้น เช่น พื้นที่ต่างจังหวัด คงต้องพิจารณาผลสำเร็จในเฟสแรกก่อน.
![]()



