
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าต่อยอดโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” จากการสร้างการตระหนักรู้ผ่านภาพยนตร์โฆษณา สู่การลงมือทำจริงในระดับพื้นที่ด้วยการนำร่อง “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” บริเวณถนนไกรสีห์ เขตพระนคร โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตพระนคร เชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร วัดชนะสงคราม และวัดสังเวชวิศยาราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนร่วมตักบาตรเป็นประจำในทุกเช้า หลังลงพื้นที่ศึกษาพฤติกรรมชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยผนึกความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ และญาติศิลปินผู้ล่วงลับ ในการตักบาตรตามวิถีใหม่ด้วยการถวายอาหาร “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” พร้อมดำเนินการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์และป้ายสัญลักษณ์บริเวณถนนไกรสีห์ หวังแก้วิกฤตกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในพระสงฆ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล
พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “สสส. ได้เปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” จากข้อมูลปัญหาสุขภาพพระสงฆ์ไทย พบว่าพระสงฆ์มีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สูงถึง 78% โดยปัจจัยสำคัญมาจากการอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็มเกินความเหมาะสม ดังนั้นจึงต้องปรับพฤติกรรมมาตักบาตรด้วยอาหารที่ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ไทยในระยะยาว โดยสำหรับการเปิดพื้นที่นำร่องบริเวณชุมชนถนนไกรสีห์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับ วัดบวรนิเวศวิหาร ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดแคมเปญสู่การลงพื้นที่จริงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมทั้งระบบ เนื่องจากสถานการณ์สุขภาวะพระสงฆ์ในปัจจุบันมีตัวเลขภัยเงียบเชิงลึกที่น่ากังวล ดังนี้
• ยอดผู้ป่วยนอก (OPD) พุ่งสูงเรื้อรัง: พระสงฆ์และสามเณรต้องเข้ารักษาตัวสูงต่อเนื่องถึง 7.3-7.4 แสนรายต่อปี (ในช่วงปี พ.ศ. 2566–2567) โดยกลุ่มช่วงอายุ 60–69 ปีเข้ารับบริการสูงที่สุด มียอดสะสมอยู่ที่ 545,781 ราย
• ‘ความดัน-ไขมัน-อ้วน’ ครองแชมป์การเจ็บป่วย: โรคความดันโลหิตสูง เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มโรค NCDs ที่พระสงฆ์เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วประเทศ (2565–2567) ขณะที่ผลตรวจคัดกรองพบพระสงฆ์มีภาวะไขมันในเลือดสูงเกินมาตรฐานถึง 55% และมีภาวะอ้วนสะสมสูงถึง 44% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในการลุกลามสู่โรคอื่น

• ‘เสี่ยงเบาหวาน’ กว่า 2 เท่าตัว: อัตราพระสงฆ์ใน “กลุ่มภาวะเสี่ยงที่ร่างกายเริ่มมีความผิดปกติในการจัดการน้ำตาลแต่ยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเต็มตัว” เติบโตเด่นชัดกว่าเท่าตัว จาก 7.92% ในปี 2565 พุ่งทะยานขึ้นไปสูงถึง 18.60% ในปี 2568
• โรคลุกลามและเสี่ยงมรณภาพ: เมื่อกลุ่มโรค NCDs ไม่ได้รับการควบคุม จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) ทั้งโรคเบาหวาน โรคสมองขาดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว อีกทั้งความเสื่อมโทรมของร่างกายยังส่งผลให้ ‘โรคปอดอักเสบ’ กลายเป็นสาเหตุการมรณภาพอันดับ 1 ของพระสงฆ์ติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน (2565–2567)
“การแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ที่ยั่งยืน ต้องอาศัยการผนึกกำลังของ วัด ชุมชน และร้านค้า เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งแต่การสร้างความรู้ด้านโภชนาการให้กับพระสงฆ์ ญาติโยม ที่เลือกอาหารในการตักบาตร และร้านค้าที่ปรับสูตรอาหารลดหวาน มัน เค็ม ซึ่งโครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับจากคนในพื้นที่อย่างดี มีพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการโดยเพิ่มทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากพระสงฆ์ที่เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเอง สสส. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีทางสุขภาพของพระสงฆ์ไทยได้ในระยะยาว”
ณอีฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา ผู้จัดละครและนักร้องมากฝีมือ ลูกสาวของอาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนพุทธศาสนิกชนรู้สึกเป็นเกียรติที่ครอบครัวของเราได้มีส่วนร่วมกับโครงการนี้ตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณาที่เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อในการส่งเสริมพุทธศาสนา ตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ภาพ
ยนตร์โฆษณา ทีมงานมีความใส่ใจและให้เกียรติคุณพ่อและครอบครัวของเราเป็นอย่างดี มีการพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของครอบครัวตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าภาพยนตร์โฆษณาจะสามารถถ่ายทอดความเป็นคุณพ่อได้ออกมาดีที่สุด วันนี้ดีใจที่เห็นแนวคิดนี้ต่อยอดสู่การปฏิบัติจริงบนถนนนำร่องที่ ถ. ไกรสีห์ และหวังว่าโครง
การนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมทำบุญด้วยการเลือกอาหารถวายพระที่ดีต่อสุขภาพร่วมกันค่ะ และครอบครัวเราก็ยินดีเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนให้โครงการนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ไทยต่อไป”
คุณดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยาคู่ชีวิตของ คุณสรพงศ์ ชาตรี (ผู้สานต่อการดูแลวัดหลวงพ่อโต หรือ วัดสรพงศ์ จ.นครราชสีมา) กล่าวว่า “ครอบครัวของเรารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์การตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับการเผยแพร่ก่อนหน้า เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศาสนาพุทธของคุณสรพงศ์ รวมไปถึงได้มาร่วมเปิดตัวพื้นที่นำร่อง ‘ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ’ การมีถนนต้นแบบเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยรักษาสุขภาพพระสงฆ์ให้ยั่งยืนได้ และครอบครัวของเรายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ไทยผ่านการตักบาตรด้วยอาหารที่ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็มค่ะ”
คุณตุ้ย-นฤมล ยมนาค ผู้ประกอบการร้านค้าต้นแบบบนถนนไกรสีห์ กล่าวว่า “ร้านแม่ตุ้ยมีบริการอาหารสำหรับการตักบาตรอยู่แล้ว จนทาง สสส. ได้เข้ามาให้คำแนะนำถึงวิธีคิดและผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นกับสุขภาพพระ ทำให้เรามีความเข้าใจว่า ร้านค้าไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่เรายังมอบสุขภาพที่ดีให้พระสงฆ์ได้ผ่านอาหารที่ร้านให้บริการ ด้วยการปรับอาหารให้ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มสัดส่วนของผักให้มากขึ้น หลังจากมีบริการอาหารสุขภาพสำหรับถวายพระสงฆ์ก็ได้รับผลตอบรับอย่างดี พุทธ์ศาสนิกชนให้ความสนใจเข้ามาสอบถามและยินดีเลือกซื้อเมนูสุขภาพไปใส่บาตรเมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์ ดีใจและภูมิใจมากที่ได้ร่วมทำบุญใหญ่ดูแลสุขภาพพระสงฆ์ด้วยกันค่ะ”
ก้าวต่อไป สสส. มีความตั้งใจในการขับเคลื่อนโมเดลนี้ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสังคมไทย เตรียมจับมือขยายผลชวนวัด ชุมชน และตลาดสด ทั้งในเขตกรุงเทพและจังหวัดข้างเคียงเข้าร่วมโครงการ และ ขยายผลตราสัญลักษณ์ร้านค้า : เมนูนี้ใส่ใจสุขภาพพระ
สสส. ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยทั่วประเทศ มาร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำบุญตักบาตร โดยเริ่มต้นง่ายๆ จากตัวเองในทุกวัน ด้วยหลักการ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” และสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางมาร่วมทำบุญวิถีใหม่ได้ ณ ถนนพื้นที่นำร่องถนนไกรสีห์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนาผ่านสุขภาพที่ดีของพระสงฆ์ไทยอย่างยั่งยืน
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ และโครงการตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระได้ที่เว็บไซต์ https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/ หรือช่องทางออนไลน์ของ สสส. ทุกช่องทาง รวมถึงข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการตักบาตรได้ที่เว็บไซต์สงฆ์ไทยไกลโรค : https://www.sonkthaiglairok.com/
![]()



