
“พีดีเฮ้าส์” ประเมินทิศทางตลาดรับสร้างบ้านครึ่งหลังปี 69 แข่งเดือด เตือนสงครามราคาทำลายความน่าเชื่อถือธุรกิจ พร้อมประกาศไม่ลงแข่ง ตัดใจหั่นเป้าแต่ไม่หั่นคุณภาพ ยืนหยัดนวัตกรรม “บ้านประหยัดพลังงาน-เพื่อสุขภาวะ” เน้นตอบโจทย์ความคุ้มค่าระยะยาว
ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านส่อแววระอุรับครึ่งปีหลัง เมื่อผู้นำสร้างบ้านประหยัดพลังงานออกมาเปิดเผยถึงสัญญาณอันตรายของตลาด โดย พีดีเฮ้าส์ ได้ออกมาฉายภาพรวมอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านในปี 2569 ที่กำลังเผชิญหน้ากับศึกรอบด้าน ทั้งปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภครัดเข็มขัด และการแข่งขันที่รุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤต พร้อมเปิดมุมมองการปรับตัวของแบรนด์ที่ยอมเลือกทางเดินสวนกระแสเพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพ
สแกนตลาดรับสร้างบ้านปี 69: ดีมานด์หด สวนทางผู้เล่นทะลักเท่าตัว ดันธุรกิจสู่สงครามราคา
นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้บริหารมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ และ เอคิวโฮม เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบัน (ปี 2569) ได้ก้าวเข้าสู่ภาวะ “เรดโอเชียน” (Red Ocean) อย่างเต็มรูปแบบและแผ่ขยายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ามีจำนวนผู้เล่นหน้าใหม่และผู้เล่นรายเดิมเพิ่มขึ้นถึง “เท่าตัว” เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567-2568 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามการเติบโตของจำนวนผู้ประกอบการกลับสวนทางกับความเป็นจริงในฝั่งของผู้บริโภค เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการปรับลดงบลงทุนในการสร้างบ้าน หรือเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน
“สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้คือ หากทิศทางการแข่งขันของผู้เล่นในอุตสาหกรรม ยังคงมุ่งเน้นไปที่การตัดราคาเพื่อแย่งชิงเค้กที่มีก้อนเล็กลง ธุรกิจรับสร้างบ้านในอนาคตจะไม่ใช่ธุรกิจที่ขาย “ความน่าเชื่อถือ’” อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการแข่งขันที่ลดทอนคุณภาพและไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งในระยะยาวผู้ที่รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้บริโภคเอง” นางสาวจิราภากล่าวเน้นย้ำ

ยอมรับ 5 เดือนแรกพลาดเป้า เหตุ “บ้านสุขภาพ
-ประหยัดพลังงาน” ต้นทุนสูงกว่าตลาดและคู่แข่ง
จากปัจจัยลบดังกล่าว พีดีเฮ้าส์ ยอมรับว่ายอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากจุดยืนหลักของบริษัทที่มุ่งเน้นการสร้าง “บ้านประหยัดพลังงาน” และ “บ้านเพื่อสุขภาวะที่ดี” (Healthy Home) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากพฤติกรรมการประหยัดงบประมาณของผู้บริโภค
เนื่องจากการสร้างบ้านที่ใส่ใจในรายละเอียดด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และการประหยัดพลังงานในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องเลือกใช้นวัตกรรมวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูง ส่งผลให้มีต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าการสร้างบ้านทั่วไป ที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในภาวะที่ผู้บริโภคใช้ “ราคา” เป็นตัวตั้งในการตัดสินใจ จึงทำให้ยอดขายของพีดีเฮ้าส์เติบโตช้าลงในช่วงที่ผ่านมา
ลั่นไม่ลงแข่ง “สงครามราคา” พร้อมกอดจุดยืน บ้านที่ดีต้องตอบโจทย์ชีวิตทุกมิติ
แม้จะประสบปัญหายอดขายชะลอตัวและต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่นางสาวจิราภา CEO พีดีเฮ้าส์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งและชัดเจนว่า พีดีเฮ้าส์ จะยังคงรักษาจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และจะไม่กระโดดลงไปเล่นในสงครามราคากับผู้เล่นรายเล็กหรือรายใหญ่ในปัจจุบันอย่างเด็ดขาด
“เราเชื่อมั่นว่า การลดราคาเพื่อสู้ศึกในตลาด รังแต่จะทำให้งานบริการและมาตรฐานการก่อสร้างลดลง ซึ่งขัดต่ออุดมการณ์ของพีดีเฮ้าส์ เรายังคงมั่นใจว่ามีผู้บริโภคอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีวิสัยทัศน์และแนวคิดเช่นเดียวกับเรา คือมองว่า “บ้านที่ดีต้องไม่ใช่แค่แข็งแรงหรือสวยงามภายนอกเท่านั้น” แต่บ้านที่แท้จริงต้องเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างมีความสุขและยั่งยืนในทุกมิติ”
ทั้งนี้ พีดีเฮ้าส์ ได้จำแนกมิติของบ้านที่มีคุณภาพไว้ 4 ด้านหลัก ได้แก่
- ปลอดภัย (Safety & Security): โครงสร้างที่แข็งแกร่งหรือระบบเสา-คานคอนกรีตสำเร็จรูป Multi-joint Lock Ystem และการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ไม่ลามไฟและไม่ปล่อยสารพิษ
- ดีต่อสุขภาพ (Healthy Living): PD Fresh Airflow ระบบหมุนเวียนอากาศและการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อสุขภาวะของคนทุกเจเนอเรชั่น
- สะดวกสบาย (Comfort & Convenience): การออกแบบและก่อสร้างตามหลักอารยสถา
ปัตยกรรม (Universal Design) เพื่อผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัย - ประหยัด (Energy Saving): การออกแบบบ้าน การใช้พลังงานทางเลือก การเลือกใช้วัสดุที่มีความเป็นฉนวนและช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว
มั่นใจกลุ่ม Real Demand ระยะยาวยังเลือกความคุ้มค่า

พีดีเฮ้าส์ จะมุ่งเน้นการทำตลาดเชิงรุก เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจ (Educate) ให้ผู้บริโภคเห็นถึง “ผลลัพธ์ระยะยาว” ของการสร้างบ้าน โดยเปรียบเทียบให้เห็นว่า ส่วนต่างของราคาบ้านประหยัดพลังงานที่สูงกว่าในตอนแรก จะสะท้อนกลับมาเป็นความคุ้มค่าในรูปแบบของค่าไฟฟ้าที่ลดลง สุขภาพกาย-สุขภาพจิตที่ดีขึ้นของสมาชิกในครอบครัว และค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าตลอดอายุการใช้งาน
“เรายอมที่จะมียอดขายที่เติบโตอย่างมั่นคง ดีกว่ายอดขายที่โตแต่ไร้คุณภาพ พีดีเฮ้าส์ขออยู่เคียงข้างผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าที่แท้จริง และเราพร้อมจะเป็นเสาหลักในการรักษามาตร
ฐานของวิชาชีพธุรกิจรับสร้างบ้านไทยไม่ให้พังทลายไปตามกระแสสงครามราคา” คุณจิราภากล่าวสรุป
![]()



