ยุคผวาผู้รับเหมาเท! คนสร้างบ้านหนีซบ “แลนดี้ โฮม” ดันครึ่งปีแรกยอดพุ่ง 1,300 ล้าน

แม้ปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับผู้ที่กำลังสร้างบ้านไม่น้อยไปกว่าภาวะเศรษฐกิจ คือกรณีร้องเรียน “สร้างบ้านไม่ได้บ้าน” จากปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้รับเหมารายย่อยไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้จนต้องยุติการก่อสร้าง  บริษัทรับสร้างบ้านบางรายส่งมอบงานไม่เป็นไปตามสัญญา การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างก่อสร้าง และการใช้วัสดุไม่ตรงตามสเปกที่ตกลงกันไว้ ซึ่งกลายเป็นข่าวดังระดับประเทศและเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกโซเชียลที่ผู้บริโภคต่างแห่แชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด จนสร้างความหวาดผวาให้กับคนที่กำลังจะสร้างบ้านในขณะนี้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคเปลี่ยนวิธีเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน จากเดิมที่เปรียบเทียบเรื่องราคา มาเป็นการพิจารณาความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของบริษัทเป็นอันดับแรก โดยก่อนตัดสินใจสร้างบ้าน ผู้บริโภคควรตรวจสอบ 10 ปัจจัยสำคัญ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ได้แก่

1. ทุนจดทะเบียนบริษัท: ควรสูงกว่ามูลค่าบ้านที่จะสร้างอย่างน้อย 10 เท่า เพื่อสะท้อนความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการรับผิดชอบโครงการ

2. รีวิวจากลูกค้าจริง: เช็กเสียงสะท้อนและพูดคุยกับผู้ใช้บริการจริง เพื่อยืนยันคุณภาพงานและช่วยให้ไหวตัวทัน ไม่ตกเป็นผู้เสียหายสูญเงินล้าน

3. ไซต์งานก่อสร้างจริง: ควรมีไซต์งานให้เลือกชมหลากหลายแห่งเพื่อดูฝีมือช่างและสเปกวัสดุจริง ป้องกันกลลวงจัดฉากไซต์งานเฉพาะกิจเพียงไม่กี่แห่ง

4. ประสบการณ์ของบริษัท: บริษัทที่เปิดมานานหลายสิบปีจะมีระบบทำงานที่เป็นมืออาชีพ และมั่นคงพอที่จะอยู่ดูแลรับประกันโครงสร้างบ้านระยะยาว

5. สเปกวัสดุโปร่งใส: สัญญาต้องระบุยี่ห้อ รุ่น และเกรดวัสดุอย่างละเอียดชัดเจน เพื่อป้องกันการแอบลดสเปกหรือเปลี่ยนเกรดวัสดุภายหลัง

6. เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นธรรม: ยอดเบิกจ่ายต้องสัมพันธ์กับความคืบหน้าของงานจริง หากงวดแรก ๆ เรียกเก็บสูงผิดปกติ อาจส่งสัญญาณว่าบริษัทขาดสภาพคล่อง

7. ราคาสมเหตุสมผล ไม่ถูกเกินจริง: ราคาบ้านมาตรฐาน สเปกดี แข็งแรงระยะยาว ในปี 2569 เฉลี่ยจะอยู่ที่ 23,000 – 30,000 บาท/ตร.ม.หากราคาต่ำกว่านี้มาก เสี่ยงเจอวัสดุ หรือช่างที่ไม่ได้มาตรฐานหรือโดนทิ้งงาน

8. การจัดหาช่าง: เลือกบริษัทที่ใช้ ช่างเฉพาะทางในแต่ละประเภทงาน ไม่ใช่ช่างชุดเดียวรับเหมาทั้งโครงการ เพราะงานก่อสร้างแต่ละประเภทต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน

9. การบริหารจัดการ: บริษัทควรมีทีม QA กำหนดและตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน, ทีม QC ตรวจสอบคุณภาพงานในทุกขั้นตอนก่อนส่งมอบ, ทีม CS ประสานงานและติดตามความคืบหน้าระหว่างก่อสร้าง และทีม CR ดูแลการส่งมอบบ้าน งานรับประกัน และบริการหลังการขาย เพื่อให้ทุกขั้นตอนมีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้   

10. ข้อมูลพนักงานสอดคล้องกัน: พนักงานทุกฝ่ายต้องให้ข้อมูลตรงกัน สะท้อนถึงองค์กรที่มีระบบบริหารจัดการภายในที่เป็นมืออาชีพและโปร่งใส

ส่องผลประกอบการ H1/2569: “ความเชื่อมั่น” นำหน้าสงครามราคา

บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายครึ่งปีแรกปี 2569 ได้สูงถึงกว่า 1,300 ล้านบาท หรือกว่า 50% ของเป้าหมายทั้งปี 2,500 ล้านบาท โดยแบ่งยอดขายตามเซกเมนต์แบรนด์ในเครือ ดังนี้

  • Trendy Home (กลุ่มบ้านต่ำกว่า 8 ล้านบาท) มียอดขาย 450 ล้านบาท
  • Landy Home (กลุ่มบ้านระดับ 8–20 ล้านบาท) มียอดขาย 650 ล้านบาท
  • Landy Grand (กลุ่มบ้านระดับ 20 ล้านบาทขึ้นไป) มียอดขาย 200 ล้านบาท

ตัวเลขความสำเร็จนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ยินดีจ่ายให้กับบริษัทที่มีความมั่นคง มีมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ และน่าเชื่อถือ มากกว่าการตัดสินใจจากสงครามราคาเพียงอย่างเดียว

คุณพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประเมินทิศทางตลาดในครึ่งปีหลังไว้ว่า:

“ ปีนี้นับเป็นปีแห่ง ‘ความเชื่อมั่น’ ของธุรกิจรับสร้างบ้าน เพราะลูกค้าไม่ได้เลือกบริษัทรับสร้างบ้านจากราคาที่ถูกที่สุด แต่เลือกจากความมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบบ้านตามมาตรฐานและราคาที่ตกลงไว้ โดยเฉพาะในช่วงสภาวะสงครามและเศรษฐกิจการเมืองทั่วโลก ที่ผันผวน”

ตลอดเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา แลนดี้ โฮม ยึดหลักการดำเนินธุรกิจที่เน้นความโปร่งใสและมาตรฐานที่ตรวจสอบได้มาโดยตลอด โดยเฉพาะความมั่นคงด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาทซึ่งเป็นตัวชี้วัดด้านการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ลูกค้าหมดห่วงเรื่องปัญหาสภาพคล่องหรือการหมุนเงินไม่ทัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้รับเหมาทั่วไปทิ้งงาน

นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบควบคุมคุณภาพโดยทีมวิศวกรและช่างเฉพาะทาง พร้อมกำหนดรายละเอียดวัสดุและสเปกก่อสร้างไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนลงนามในสัญญา ปัจจุบันแลนดี้ โฮม ได้สร้างและส่งมอบบ้านมาแล้วกว่า 10,000 หลัง โดยมีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 300 แบบ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับบ้านตรงตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือเสียงตอบรับจากลูกค้าที่สร้างบ้านจริง โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายจาก ลูกค้าแนะนำต่อ (Word of Mouth) ในปีนี้ไว้กว่า 200 ล้านบาท สะท้อนว่าความพึงพอใจของลูกค้าได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และครอบครัวกำลังซื้อระดับกลางถึงบน ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และบริการหลังการขาย มากกว่าการแข่งขันด้านราคา

ชูนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่เหนือกว่า (Innovation Leader)

เมื่อมาตรฐานการก่อสร้างกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวัง การสร้างความแตกต่างของธุรกิจรับสร้างบ้านจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงโครงสร้างที่แข็งแรงหรือวัสดุที่ได้มาตรฐาน แต่ต้องสามารถยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยได้จริง แลนดี้ โฮมจึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องในฐานะ Innovation Leader ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตแห่งอนาคต อาทิ

CAP+ (Clean Air Positive Pressure): ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ สร้างแรงดันบวกภายในบ้าน ป้องกันฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรคเข้าสู่ภายในบ้านตั้งแต่แรกเริ่ม

CP Design และ Gecko-Free: นวัตกรรมการออกแบบระบบสุขาภิบาลที่ทันสมัย เพื่อลดโอกาสการเข้าสู่ตัวบ้านของแมลงสาบ จิ้งจก และสัตว์รบกวนอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Landy Elder Care : นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและสมาชิกที่มีปัญหาสุขภาพ ด้วยการออกแบบฟังก์ชันเชิงป้องกันที่ช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ พร้อมคัดสรรวัสดุและสุขภัณฑ์ชนิดพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน

FR System (Flood Resistant System): นวัตกรรมบ้านป้องกันน้ำท่วม ที่ออกแบบระบบสุขาภิบาล และ ระบบไฟฟ้าแยกส่วน พร้อมเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน ลดความเสียหาย เพื่อสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดน้ำท่วม

ทั้งนี้ จากความเชื่อมั่นที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง บริษัทเตรียมขยายการให้บริการสู่ภูมิภาคเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ที่ต้องการสร้างบ้านในจังหวัดต่าง ๆ สามารถเข้าถึงบริการรับสร้างบ้านมาตรฐานเดียวกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดความเสี่ยงจากการเลือกผู้รับเหมาที่ขาดมาตรฐาน ตัดปัญหาทิ้งงาน หรือการส่งมอบบ้านไม่เป็นไปตามสัญญา พร้อมยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมคนไทยในทุกภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

พร้อมเดินหน้าโมเดลธุรกิจใหม่ เปิดรับ “ดีลเลอร์ทั่วประเทศ”

นอกจากแผนการขยายบริการแล้ว แลนดี้ โฮม ยังประกาศแผนระยะยาวตั้งเป้าขยายเครือข่ายดีลเลอร์รวม 17 สาขาภายใน 5 ปี ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยเปิดรับผู้ประกอบการในฐานะ “พันธมิตรท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและจัดหาลูกค้า” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างมาก่อน และไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงในส่วนของการควบคุมงานก่อสร้างโดยตรง ขณะที่กระบวนการก่อสร้าง การควบคุมคุณภาพ และการบริหารงานก่อสร้างทั้งหมด จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของแลนดี้ โฮม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

แคมเปญสุดพิเศษกลางปี (วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569)

เพื่อฉลองความสำเร็จของยอดขายครึ่งปีแรก และตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า แลนดี้ โฮม จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่จองสร้างบ้านภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้เท่านั้น ได้แก่

ฟรี! ส่วนลดสร้างบ้านสูงสุด 34%*

ฟรี! จองเท่าไหร่ ลดเท่านั้น X2 สูงสุด 1 ล้านบาท*

ฟรี! รับทองคำ มูลค่าสูงสุด 350,000 บาท* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.landyhome.co.th

Loading

Related Posts