ผ่าโมเดล 2 อีเวนท์อสังหาฯ “BAM-กทม.” ปลุกตลาดคนทำงาน ปล่อยโซลูชัน “เช่า-ออม x ปรับโครงสร้างหนี้” แบงก์พร้อมปล่อยกู้แค่ไหน?

สำนักข่าว BIZChannelnews — ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยช่วงปลายปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณคึกคักอีกครั้ง เมื่อสององค์กรใหญ่อย่าง บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แท็กทีมภาคีเครือข่าย เปิดตัวโมเดลอุ้มคนซื้อบ้าน ชูจุดขาย “ย่อยง่าย-เข้าถึงได้จริง” ทั้งการสางหนี้เก่าเติมสวัสดิการให้คนทำงานรัฐวิสาหกิจ และการเปิดแพลตฟอร์มจับคู่ทำเลใกล้งานพร้อมนวัตกรรม “เช่า-ออม” สำหรับประชาชนทั่วไป

​ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนสูงและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของธนาคารที่ยังเข้มงวด คำถามสำคัญคือ 2 ความร่วมมือใหญ่นี้จะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้มากน้อยเพียงใดและสถาบันการเงินจะยอมปล่อยกู้หรือไม่?

มาดูอีเวนท์ยักษ์ใหญ่แก้หนี้ – BAM x รฟม. ลุย “บ้านเพื่อ(น)คนทำงาน” : ดับเบิ้ลโอกาส “มีบ้าน + ปรับหนี้”

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมกับ นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลงนาม MOU โครงการทรัพย์สวัสดิการ “บ้านเพื่อ(น)คนทำงาน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากร รฟม. ทั่วประเทศ

ความร่วมมือนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของ BAM เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า มาลดราคาและจัดสิทธิพิเศษเท่านั้น แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ “ทางออกด้านหนี้สิน” โดยเปิดช่องทางให้บุคลากร รฟม. ที่มีภาระหนี้เดิมกับ BAM สามารถเข้ามารับคำปรึกษา ประนอมหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม เพื่อฟื้นฟูสภาพทางการเงินก่อนจะก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

2. กทม. ผนึกสมาคมอสังหาฯต่อยอด บ้านใกล้งาน ชูโมเดล เช่าออม ลุย Expo ครั้งที่ 2

​อีกหนึ่งเคลื่อนไหวใหญ่จากฝั่ง กรุงเทพมหานคร โดย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกับ นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ขยายผล BKK Housing Matching Platform จากเดิมที่เน้นกลุ่มข้าราชการ กทม. ขยับสู่ “ประชาชนทั่วไปคนทำงานและคนรุ่นใหม่” เพื่อช่วยให้ได้ที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน ลดค่าเดินทางและเวลาในชีวิตประจำวัน

​สิ่งที่น่าจับตาคือการเปิดตัวโมเดล เช่าออม สำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านแต่ยังไม่พร้อมด้านการเงิน โดยเปิดโอกาสให้เริ่มต้นจากการเช่า พร้อมสะสมสถิติความพร้อมทางการเงินเพื่อก้าวไปสู่การซื้อในอนาคต

ผลงานที่ผ่านมา: BKK Housing Expo ครั้งที่ 1 มีผู้ร่วมงานกว่า 2,152 ราย ส่วนแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching Platform (ข้อมูล ณ 2 ก.ย. 2569) มีผู้ใช้งานแล้ว 3,912 ราย มีโครงการเข้าร่วม 289 โครงการ จาก 50 บริษัท และเกิดยอดจองจริง 60 ยูนิต (โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 4 ยูนิต)

เดินหน้า Expo ครั้งที่ 2: เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) ขนทัพโครงการ สินเชื่อ และโซลูชัน “เช่า-ออม” ให้คนเมืองเข้าถึงได้ในที่เดียว

วิเคราะห์ความคึกคักของตลาดอสังหา

มาดูเรื่องของการหมุนเวียนของสต็อก NPA (ฝั่ง BAM x รฟม.): ช่วยเร่งการระบายทรัพย์มือสองที่ติดค้างในระบบการเงินให้กลับมาเกิดสภาพคล่อง แม้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (B2G Welfare) แต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและคุณภาพสูง

การสร้าง Real Demand วงกว้าง (ฝั่งกทม. x สมาคมอสังหาฯ): แพลตฟอร์มและงาน Expo ครั้งที่ 2 จะช่วยกระตุ้นตลาด Mass (B2C) ได้ดี โดยเฉพาะโมเดล “เช่า-ออม” ที่เข้ามาแก้ Pain Point ของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดผู้ซื้อกลุ่มใหม่ (New Buyer Pipeline) ที่เคยถูกตัดออกจากระบบเดิม ให้สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดอสังหาฯ ได้

วิเคราะห์โอกาสการปล่อยกู้ของธนาคาร !

กรณี“บ้านเพื่อ(น)คนทำงาน” (BAM xรฟม.) โอกาสปล่อยกู้“สูงมาก”

เหตุผล: พนักงานรัฐวิสาหกิจถือเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk Profile) ในมุมมองของธนาคาร ประกอบกับการที่ BAM เข้ามาช่วย ปรับโครงสร้างหนี้เดิม ทำให้ภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ลดลง ส่งผลให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ง่ายขึ้น หรือสามารถใช้กลไกการผ่อนชำระตรงกับ BAM ได้เช่นกัน

กรณี“บ้านใกล้งาน” (กทม.เช่าออม)\rightarrowเปลี่ยนการ“ปฏิเสธกู้”เป็น“ชะลอเพื่อสร้างCredit Score”

  • เหตุผล: ปัจจุบันแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อกลุ่มคนทำงานทั่วไปสูงเพราะขาดเงินดาวน์หรือประวัติทางการเงินไม่ชัดเจน โมเดล เช่าออม จะไม่บังคับให้แบงก์ปล่อยกู้ทันที แต่ใช้ระยะเวลาการเช่าเป็นบททดสอบ วินัยการชำระเงิน ซึ่งประวัติการจ่ายเช่าตรงเวลาจะกลายเป็นหลักฐานสำคัญ (Alternative Data) ให้ธนาคารยอมปล่อยกู้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

สรุปภาพรวม

​ทั้ง 2 อีเวนท์ใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดกิจกรรมขายที่อยู่อาศัยแบบเดิมๆ แต่เป็นการ สร้างสะพานเชื่อม ระหว่างผู้ซื้อ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ โดยฝั่ง BAM เน้นแก้หนี้เก่าสร้างสวัสดิการ ขณะที่ฝั่ง กทม. เน้นบ่มเพาะผู้ซื้อหน้าใหม่ผ่านเทคโนโลยีและกลไกทางการเงิน ถือเป็นสัญญาณบวกสำคัญที่จะช่วยประคองและฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

Loading

Related Posts